สำหรับผู้ที่ถูกใจกาแฟที่มีรสหวานจริงๆบางทีอาจใช้ทางอื่นที่เป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

5. ไม่สมควรใส่น้ำตาลในกาแฟ
กาแฟสามารถช่วยรู้สึกตื่นตัวได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยน้ำตาลช่วย เนื่องจากว่าแม้ทำเป็นนิสัยใส่น้ำตาลในกาแฟบ่อยๆ จะมีผลให้ได้รับฟรุกโตส (Fructose) มากจนเกินความจำเป็น ซึ่งบางทีอาจส่งผลให้เกิดโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานได้

สำหรับผู้ที่ถูกใจกาแฟที่มีรสหวานจริงๆบางทีอาจใช้ทางอื่นที่เป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ ต้นหญ้าหวาน น้ำผึ้ง ฯลฯ

6. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็น นม โยเกิร์ต คะน้า บคอยกวัวลี หรือ ปลาเล็กปลาน้อย เพื่อตอบแทน แคลเซียมที่จำต้องสูญเสียไปกับเยี่ยว ทั้งยังยังลดการเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โดยบางทีอาจเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการชง กาแฟ ให้ใส่นมแทนครีมเทียม ฯลฯ

7. ควรที่จะทำการเลือกดื่มกาแฟออร์แกนิก
การเลือกยี่ห้อสินค้าของกาแฟที่น่าไว้วางใจก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเหตุว่าขั้นตอนการผลิตกาแฟเองก็ส่งผลต่อผลดีรวมทั้งโทษที่รับเข้าไปเหมือนกัน ควรที่จะเลือกชื่อการค้าที่ปลูกกาแฟแบบออร์แกนิค ไม่มีพิษ สารกำจัดแมลง

แม้ว่าจะยังมีหลักฐานไม่มากมายว่ามีผู้ได้รับสารพิษตกค้างจากการดื่มกาแฟมากมายน้อยเท่าใด แต่ว่าการกินกาแฟที่ไม่มีพิษตั้งแต่ทีแรกก็ยังคงเป็นหนทางที่ยอดเยี่ยม

8. กินผลไม้บ่อย
ด้วยเหตุว่าในขั้นตอนการคั่วเม็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวิตามินซี อี รวมทั้งอนุภาคเบตาแคโรทีนในผักผลไม้ ดังเช่น กล้วย แตงโม ส้ม ฝรั่งมะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว เหล่านี้จะสามารถช่วยในการจัดการกับคราบอนุมูลอิสระภายในร่างกายได้

9. เลี่ยงการใส่ครีมเทียม
ครีมเทียมที่เห็นตามตลาดนั้นสามารถช่วยชดเชยความมันของนมให้กับกาแฟได้ แม้กระนั้นโดยธรรมดาแล้วลู่ทางที่ีดียิ่งกว่าสำหรับในการดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารก็ตาม เป็นหนทางที่มาจากธรรมชาติ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าหากได้โอกาสเลือกร้านขายกาแฟที่ใช้นมจริงๆแทนครีมเทียมได้ บางทีอาจเป็นช่องทางที่ดีมากยิ่งกว่า ด้วยเหตุว่ามีแคลเซียมที่ช่วยสร้างเสริมกระดูกให้แข็งแรง

ถ้าเกิดเป็นคนแพ้นม หรือเปล่าถูกใจรับประทานนม บางทีอาจเลือกใส่ผงแต่งรสอื่นๆที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ โกโก้ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

10. กาแฟบางทีอาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้อยู่ในภาวการณ์ตื่นตระหนก
คาเฟอีนในกาแฟจะออกฤทธิ์ได้นานราว 3-5 ชั่วโมง แต่ว่าแต่ ภายหลัง 5 ชั่วโมงไปรวมทั้งยังคงมีจำนวนคาเฟอีนอีกครึ่งที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกาย

ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และก็อาจมีผลต่อความเคร่งเครียดของคุณได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าหากคุณกำลังอยู่ในสภาวะไม่สบายใจ หรือเป็นโรคไม่สบายใจ ควรจะใช้การดื่มชาเขียวแทน